5 Spectacular Temples In Bangkok, Thailand

Photo: Engin_Akyurt/Pixabay

Bangkok is a buzzing city full of hidden treasures. If the Red Light District isn’t really your cup of tea, you can also visit some of Thailand’s most beautiful temples. Here are 5 you can’t miss.

Wat Arun

Wat Arun, otherwise known as the “Temple of the Darn,” overlooks the Mae Nam Chao Praya. You can climb the main prang to see the views, and the inside is decadently decorated with ceramic tiles and porcelain.

Wat Traimit

Inside the Wat Traimit, you will find the biggest golden statue in the world. The 3-meter-tall Buddha statue is worth over $250 million. Entrance is only $1.25 though.

View this post on Instagram

#wattraimit #bangkok #thailand #girl

A post shared by Lilly Pham 🐷♎ (@_vaananh_) on

Wat Saket

Wat Saket sits on the Golden Mount, which you can climb up if you choose. Inside you will find a chapel and library open to visitors.

Wat Pho

The Wat Pho is one of the most famous temples in the country. A 46-meter Buddha sits at the temple’s core, and the interior of the temple is decorated beautifully.

Wat Suthat

The interior of Wat Suthat is filled with stunning murals and architecture. It sits next to the “Giant Swing” (Sao Ching-Cha), so if you’re walking by, you can’t really miss it!

View this post on Instagram

😎😎 "โลกสัญฐาน พระวิหารหลวงวัดสุทัศน์ฯ" 😎😎 . . วัดสุทัศนเทพวรารามตั้งอยู่ ณ ตำแหน่งสำคัญ ที่ใจกลางพระนครพอดี ซึ่งตามคติโบราณควรเป็นที่ตั้งของพระปรางค์ศรีรัตนมหาธาตุ อันเป็นสัญลักษณ์ของเขาพระสุเมรุ ศูนย์กลางแห่งจักรวาล ทั้งนี้เพื่อจะสมมุติเมืองทั้งเมือง ให้เป็นรูปจำลองที่สมบูรณ์ของจักรวาล . . พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงพระราชดำริจะสถาปนาพระอารามให้สูงใหญ่เท่ากับวัดพนัญเชิงที่กรุงเก่า ณ ตำแหน่งนี้ โดยได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระพุทธรูปศรีศากยมุนี ซึ่งเป็นพระหล่อสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่ของโบราณ ถูกทอดทิ้งกรำแดดกรำฝนอยู่ที่เมืองเก่าสุโขทัย ลงมาปฏิสังขรณ์สำหรับประดิษฐานเป็นพระประธาน . . พระองค์ได้พระราชทานนามพระอารามไว้ตั้งแต่ครั้งแรกสร้างว่า “มหาสุทธาวาส” ซึ่งในทางจักรวาลวิทยา หมายถึงรูปาวจรพรหมโลกชั้นสูงสุด อันเป็นอริยภูมิที่สถิตของพรหม แต่การก่อสร้างยังไม่ทันคืบหน้าไปสักเท่าใดนัก ก็พอดีสิ้นรัชกาล . . งานก่อสร้างส่วนใหญ่ภายในพระอาราม กระทำขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๒ และใช้เวลาต่อเนื่องลงมาจนเกือบตลอดรัชกาลที่ ๓ จึงแล้วเสร็จสมบูรณ์ ได้มีการเปลี่ยนแผนการก่อสร้างจากเดิมที่จะสร้างพระอุโบสถ ให้เป็นสร้างพระวิหารหลวง สำหรับประดิษฐานพระพุทธรูปใหญ่ . . ให้พระยาศรีพิพัฒนรัตนราชโกษา เป็นแม่กองดูแลทั่วไปทั้งวัด ให้พระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นพิทักษ์เทเวศร ทำพระอุโบสถใหญ่และทำพระระเบียงล้อมพระวิหาร การนั้นก็แล้วสำเร็จทั่วทุกแห่ง ทั้งกุฏิสงฆ์ด้วย จึงให้อาราธนาพระธรรมไตรโลกอยู่วัดเกาะแก้ว ตั้งเป็นพระพิมลธรรม เป็นเจ้าอธิการ จัดเอาพระภิกษุในวัดพระเชตุพน วัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ รวมได้ ๓๐๐ รูป ไปอยู่เป็นอันดับ พระราชทานชื่อ "วัดสุทัศนเทพวราราม" . . . . //Credit: ข้อมูลจาก http://oknation.nationtv.tv/blog/phaen/2011/12/31/entry-1

A post shared by THASS (@thass_thass) on